ประวัติการพนันในเมืองไทย

การพนันเป็นสิ่งที่คุ้นเคยกันดีในทุกสังคมทั่วโลก

เพราะเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความสนุกสนานตื่นเต้นในยามว่าง และเป็นกิจกรรมที่ทำร่วมกันในช่วงที่มีงานเลี้ยงหรือเทศกาลต่างๆซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศให้มีความสนุกสนาน ครึกครื้นมากยิ่งขึ้น คนเริ่มเล่นการพนันมาอย่างช้านานมาตั้งแต่หนึ่งร้อยปีก่อนคริสตกาลโดยมีหลักฐานที่ชี้ว่าการพนันมีจุดเริ่มต้นมาจากประเทศจีน จากนั้นก็เริ่มมีการแพร่หลายไปยังประเทศอินเดีย บาบิโลน และทวีปยุโรป

เมื่อพูดถึงจุดเริ่มต้นของการเล่นพนันในประเทศไทยนั้น ปรากฏขึ้นเมื่อไหร่ยังไม่ค่อยแน่ชัดนัก แต่ก็มีการสันนิษฐานว่าน่าจะมีการแพร่หลายมาจากประเทศจีน เช่นเดียวกัน เพราะเมืองไทยมีการค้าขายกับเมืองจีนมาอย่างยาวนาน มีการแลกเปลี่ยนสินค้าและวัฒนธรรมประเพณีหลายอย่าง ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้สูงว่าไทยรับเอาการเล่นพนันจากจีนเข้ามาและได้รับความนิยมในการเล่นพนันอย่างแพร่หลายนับแต่นั้นเป็นต้นมา

การพนันเริ่มแรกที่ไทยรับเอามาจากจีนมีการสันนิษฐานว่าเป็นการพนันประเภทถั่วโป ซึ่งเป็นการพนันที่มีรูปแบบอย่างง่ายๆอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นก็หาไม่ยากเพียงแค่ใช้เม็ดถั่ว เม็ดมะขาม หรือแม้แต่เบี้ยในการเล่นพนัน โดยอาจจะมีการเล่นพนันแบบนี้ในเมืองไทยตั้งแต่สมัยสุโขทัย แต่หลักฐานเกี่ยวกับการเล่นพนันที่เห็นได้ชัดเจนมากขึ้น เริ่มพบในสมัยอยุธยาตั้งแต่สมัยพระเจ้าปราสาททองไปจนถึงสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช ส่วนการเล่นพนันทาง website ที่นิยมในปัจจุบันสามารถสมัครได้ที่ https://bestthaicasino.com/วิธีสมัคร/

การเล่นพนันชนิดหนึ่งที่มีรูปแบบคล้ายกับการเล่นพนันถั่วมาก ซึ่งเรียกกันว่ากำตัด จึงเป็นหลักฐานอบ่างหนึ่งว่าคนไทยเองก็มีการเล่นพนันมานานแล้ว

ในอีกทางหนึ่งก็มีการศึกษาทางประวัติศาสตร์ที่มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นเกี่ยวกับประวัติการพนันในเมืองไทย คือมีหลักฐานที่ชี้ให้เห็นว่ามีการเล่นพนันในลักษณะที่เหมือนกับการเล่นกำถั่วของจีนในช่วงประมาณปี พ.ศ. 1450 และในช่วงปีพ.ศ. 2100 ก็ยังมีการเล่นพนันในลักษณะที่คล้ายกับโป ซึ่งมีวิธีการเล่นแบบเดียวกับการเล่นถั่ว นั่นก็คือ เจ้ามือจะใช้ครอบทำจากทองเหลืองซึ่งจะมีลิ้นลักษณะเหมือนกับลูกบาศก์ก็อยู่ด้านในซึ่งจะไม่ให้คนแทงเห็นลิ้นนี้อย่างเด็ดขาด จากนั้นคนเล่นก็จะเลือกแทงโปซึ่งมีอยู่ด้วยกันหลายวิธี

คนไทยในสมัยก่อนนั้นนิยมเล่นการพนันเป็นอย่างมาก ซึ่งจะเห็นได้จากบันทึกของทูตฝรั่งเศสที่เข้ามาเจริญสัมพันธ์ไมตรีกับสยาม

ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์ เมื่อปี พ.ศ. 2230 ซึ่งเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสนามว่า มองสิเออร์ เดอลาลูแบร์ ในสมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ได้บันทึกเกี่ยวกับการเล่นพนันของชาวสยามเอาไว้ว่า ชาวสยามนิยมเล่นการพนันกันมากซึ่งการพนันที่เป็นที่นิยมสมัยนั้นคือสะกา ซึ่งทูตฝรั่งเศสเรียกว่าติกแตก นอกจากนี้ยังมีการเล่นพนันที่ใช้สัตว์เป็นหลักในการเล่นพนันขันต่อ ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ขนาดเล็กอย่างปลากัดและจิ้งหรีดไปจนถึงสัตว์ขนาดใหญ่ขึ้นอย่าง ไก่ วัว ควาย และช้าง โดนเฉพาะการเล่นพนันไก่ชน ที่ได้รับความนิยมมากมาตั้งแต่สมัยดั้งเดิมจนกระทั่งการมาถึงของการพนันถั่วโปนั่นเอง

การเล่นพนันถั่วโปได้รับความนิยมมากในสมัยอยุธยาตอนปลายจนต้องมีการเก็บค่าธรรมเนียมจากเจ้าของบ่อนเข้าสู่ท้องพระคลังหลวงซึ่งเรียกกันว่าอากรบ่อนเบี้ย เพื่อนำเงินในส่วนนี้ไปช่วงทางราชการ และได้อนุญาติให้มีการผูกขาดอากรที่ผู้ผูกขาดสามารถไปตั้งบ่อนตามหัวเมืองต่างๆได้ทั่วไป ซึ่งวิธีการนี้ก็มีการยึดถือมาเรื่อยๆจนมามีการเปลี่ยนแปลงในสมัยรัชการที่4 ที่มีการเก็บอากรบ่อนเบี้ยเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม เพราะมีการยกเลิกการผูกขาดหลายอย่างจึงต้องมีการนำภาษีอากรบ่อนเบี้ยไปชดเชย

ในสมัยรัชการที่ 4 ได้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ในการเก็บผลประโยชน์จากการพนันที่ดำเนินการโดยเอกชนเพื่อนำอากรที่ได้ไปชดเชยรายได้จากการยกเลิกสัญญาผูกขาดการค้าหลายอย่าง และเริ่มมีการควบคุมการเล่นพนันในช่วงปลายรัชการที่ 4 จนต่อเนื่องไปจนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

คนไทยในยุคร้อยกว่าปีที่ผ่านมา นิยมการพนันที่เล่นกันในโรงบ่อนและโรงหวย ซึ่งโรงบ่อนที่ว่านี้เปรียบเสมือนกับคาสิโนในยุคปัจจุบันนี้เองซึ่งอย่างที่กล่าวมาแล้วมีการควบคุมการเล่นพนันมากขึ้นดังนั้น การเปิดบ่อนขึ้นมาได้นั้นต้องทำเรื่องขออนุญาตจากทางการ และมีการประมูลเพื่อให้ได้สิทธิ์ในการเปิดบ่อนแต่เพียงผู้เดียวการเล่นพนันในบ่อนมีการเล่นอยู่ไม่กี่อย่างมักจะเป็นถั่วและโป และใช้มหรสพต่างๆเป็นเครื่องล่อใจให้ผู้เล่นเข้าไปเล่นพนันกันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นงิ้ว ลิเก เพลง หรือละคร และส่วนใหญ่ก็จะมีโรงฝิ่นตั้งอยู่ไม่ไกลกัน นักพนันในสมัยนั้นจึงมักเล่นพนันไปด้วยและสูบฝิ่นไปด้วยเป็นที่สบายอารมณ์

นอกเหนือจากโรงบ่อนก็มีโรงหวยที่ได้รับความนิยมไม่น้อย ซึ่งเจ้าของโรงหวยก็เป็นนายอากรที่ผูกขาดการออกหวยโดยได้รับอนุญาตจากรัฐ ในสมัยนั้นโรงหวยมีอยู่ด้วยกันสองโรงที่หน้าวังบูรภาภิรมย์แห่งหนึ่งและที่
บางลำภูอีกที่หนึ่ง เรียกกันอย่างง่ายๆว่าโรงเช้าและโรงเย็น หวยที่ออกเป็นตัวอักษรไทยไม่ใช่ตัวเลขอย่างทุกวันนี้ ซึ่งหวยดังกล่าวก็ถูกยกเลิกไปในสมัยรัชกาลที่ 7 นี้เอง

มาถึงในยุคสมัยใหม่ที่เกมการเล่นพนันมีเพิ่มเติมขึ้นมาอย่างมากมายทั้ง ไฮโล โป้กเกอร์ รูเล็ต สล๊อต แบล็คแจ๊ค รวมไปถึงการเล่นพนันกีฬาที่มีให้เลือกเล่นอย่างมากมายโดยเฉพาะพนันฝุตบอลซึ่งได้รับความนิยมมากในไทย รูปแบบการเล่นนอกเหนือจากการเล่นพนันในคาสิโนแล้ว ยังมีการเล่นพนันผ่านช่องทางออนไลน์ที่ทำให้ได้รับความสะดวกสบายมากขึ้น นักพนันสามารถเล่นได้ทุกที่ทุกเวลาโดยไม่ต้องเดินทางไปยังคาสิโนเลยก็ได้ นับว่าเป็นสิ่งที่พัฒนามากขึ้นจากการเล่นพนันในทุกยุคทุกสมัยที่ผ่านมา